การลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากการใส่สายยางให้อาหารสายยางการลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากการให้อาหารทางสายยาง ต้องทำควบคู่กันทั้ง "เทคนิคการให้" และ "ความสะอาด" ครับ หากละเลยจุดใดจุดหนึ่งไปเพียงนิดเดียว อาจนำไปสู่ภาวะปอดอักเสบหรือการติดเชื้อในกระแสเลือดได้
กลยุทธ์ 4 ด้านเพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพครับ:
1. ป้องกันการสำลัก (Aspiration Prevention)
นี่คือความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุด (ปอดอักเสบจากการสำลัก)
ท่าทางคือหัวใจ: ต้องยกหัวเตียงสูง 30-45 องศา ทุกครั้ง และ "ห้ามปรับนอนราบ" จนกว่าจะผ่านไปแล้ว 1 ชั่วโมงหลังให้อาหารเสร็จ
เช็กตำแหน่งสายเสมอ: ก่อนเริ่มให้ ต้องมั่นใจว่าปลายสายยังอยู่ในกระเพาะ (ดูขีดที่สาย หรือดูดน้ำย่อยมาเช็ก) หากผู้ป่วยไอแรงๆ ระหว่างให้ ให้หยุดทันที
ความเร็วในการให้: ปล่อยให้อาหารไหลตามแรงโน้มถ่วงช้าๆ อย่าใช้ลูกสูบดันแรงๆ เพราะจะทำให้เกิดแรงดันสะท้อนกลับจนขย้อนออกมาได้
2. ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร (Infection Control)
อาหารต้อง "สุกและสด": อาหารปั่นต้องต้มสุก 100% และไม่ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง หากแช่เย็นไว้ต้องอุ่นให้เป็นอุณหภูมิห้องก่อนให้
อุปกรณ์ต้อง "ลวก": ไซริงค์และแก้วใส่อาหาร หลังล้างด้วยน้ำยาล้างจานแล้ว ควรลวกน้ำร้อน เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ล้างมือผู้ดูแล: นี่คือจุดที่คนมักมองข้าม มือของผู้ดูแลคือตัวนำเชื้อโรคที่ดีที่สุด ควรล้างมือก่อนสัมผัสสายยางทุกครั้ง
3. ป้องกันสายยางอุดตัน (Tube Patency)
สายยางที่ตันอาจทำให้ต้องเจ็บตัวเปลี่ยนสายใหม่บ่อยๆ
Flush น้ำเปล่า: ต้องใช้น้ำเปล่าต้มสุก 30-50 ml ล้างสายทั้ง "ก่อน" และ "หลัง" ให้อาหารหรือยาทุกครั้ง
ยาต้องละลายละเอียด: หากต้องให้ยาทางสายยาง ต้องบดให้ละเอียดมากและละลายน้ำจนไม่มีตะกอน และควรแยกให้ยาทีละชนิด (ห้ามบดรวมกัน) เพื่อป้องกันปฏิกิริยาที่ทำให้ยาจับตัวเป็นก้อน
4. ป้องกันปัญหาผิวหนังและช่องปาก (Skin & Oral Care)
ลดแผลกดทับ: เปลี่ยนตำแหน่งการติดพลาสเตอร์ที่จมูกบ่อยๆ เพื่อไม่ให้สายกดปีกจมูกที่เดิมซ้ำๆ จนเป็นแผล
ความสะอาดรูเปิด (กรณีสายหน้าท้อง): เช็ดทำความสะอาดรอบแผลด้วยน้ำเกลือ (NSS) และต้องซับให้ "แห้งสนิท" เพื่อป้องกันเชื้อรา
ดูแลช่องปาก: แปรงฟันหรือเช็ดทำความสะอาดปากและลิ้นวันละ 2 ครั้ง แม้ไม่ได้ทานทางปาก เพื่อลดแบคทีเรียที่จะสำลักลงไปในปอด
📊 ตารางเช็คลิสต์: ลดความเสี่ยงรายวัน
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ ความถี่ ประโยชน์
ปริมาณอาหารค้าง (Residual) ทุกมื้อก่อนเริ่ม ป้องกันท้องอืด/สำลักอาหารมื้อเก่า
ตำแหน่งพลาสเตอร์ที่จมูก ทุก 2-3 วัน ป้องกันแผลกดทับและสายเลื่อน
ความสะอาดของช่องปาก เช้า - เย็น ลดความเสี่ยงปอดติดเชื้อ
น้ำหนักตัวผู้ป่วย สัปดาห์ละครั้ง ประเมินว่าสารอาหารเพียงพอหรือไม่
💡 เคล็ดลับ
ภาวะแทรกซ้อนบางอย่างอาจมาในรูปแบบของ "อาการเงียบ" เช่น ผู้ป่วยซึมลง หรือมีไข้ต่ำๆ ซึ่งอาจหมายถึงการติดเชื้อที่ปอดจากการสำลักทีละนิด (Silent Aspiration) การสังเกตพฤติกรรมผู้ป่วยที่เปลี่ยนไปจึงสำคัญพอๆ กับการดูแลสายยางครับ